โปรโมชั่นโรงแรมในญี่ปุ่นราคาพิเศษ (Hotel Special Deals) คลิกเลย!!

20.4.56

วัด Todaiji และ Nara Park

ไปต่อกันที่วัดเก่าแก่มรดกโลกประจำเมืองนารากันที่ วัด Todaiji วัดที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงในการมาเที่ยวนารา (ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึง) วัดนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดวัดหนึ่งในญี่ปุ่นเลยทีเดียว แล้วก็ถือเป็น Landmark สำคัญของเมืองนารา

เส้นทางขี่จักรยานตามแผนที่ สองข้างทางจะผ่านต้นซากุระที่ผลิบานกันตลอดสาย
ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจาก วัด Kofukuji ก็จะมาถึงยังทางเข้าวัด Todaiji ซึ่งบริเวณนี้จะมีร้านขายของที่ระลึกตลอดทาง แล้วก็มีน้องกวางมาขอขนมอีกตามเคย
บริเวณสวนหน้าวัดและบริเวณโดยรอบ จะเป็นส่วนของ Nara Park มีต้นซากุระนับร้อยนับพันต้น บานให้ถ่ายรูปกันสวยๆ เต็มไปหมด
คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็จะนิยมมานั่งปิคนิค หรือที่เรียกกันในภาษาญี่ปุ่นว่าฮานามิ กันที่สวน Nara Park แห่งนี้กัน
เห็นน้องกวางเยอะแยะอย่างนี้ เค้าก็มีป้ายตั้งเตือนเกี่ยวกับกวางต่างๆ เช่น ระวังกวางกัด กวางแตะ หรือว่าเอาเขาชน โอ๊ะ!!
ตรงต่อไปยังประตูทางเข้าด้านหน้า ซุ้มประตูนี้มีชื่อว่า Nandaimon Gate ใหญ่มาก แล้วก็เก่าแก่มากด้วย ไม้แต่ละท่อนอายุหลายร้อยปี ตรงจุดนี้ สามารถขี่จักรยานอ้อมด้านข้างเพื่อเข้าไปด้านในต่อได้
หน้าประตูนี้ก็กวางเยอะเป็นพิเศษเลย หลังประตูไปแล้ว ดูจะน้อยลงไปเยอะ เหมือนมันจะรู้ว่าต้องมาคอยตรงร้านขายขนมนี่แหละ 555 ส่วนตาลุงในรูปก็โดนรุมซะ ไม่หมดไม่เลิกกกก..
ขี่ตรงไปเรื่อยๆ จะถึงจุดที่ต้องจอดจักรยานทิ้งไว้แล้วเพื่อเข้าไปไหว้พระในวิหารใหญ่กัน ล๊อคกุญแจกันให้ดีๆ เน้อ
จากนั้นซื้อตั๋วเข้าชมวิหาร Daibutsuden Hall กันก่อน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ราคาค่าเข้าคนละ 500 เยน
ส่วนเวลาเปิดปิดนั้น ตามนี้ คือ 8:00 to 16:30 (November to February)
8:00 to 17:00 (March)
7:30 to 17:30 (April to September)
7:30 to 17:00 (October)
เข้ามาด้านในปุ๊บก็ต้องร้อง "ว้าวววว" ต้นซากุระผลิบานกันแบบ Full Bloom สวยงามมาก
ซากุระหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งชมพูอ่อน ชมพูเข้ม ปลูกเป็นแนวตลอดรั้วและทางเดิน
แล้ววิหารใหญ่ Daibutsuden Hall ก็โผล่ออกมาจะป่าซากุระ อิอิ
กับมุมมหาชน ทุกคนที่เข้ามาล้วนตื่นเต้นไปตามๆ กัน ถ่ายกันไม่ยั้ง
มาถึงประวัติความเป็นมาของวิหาร Daibutsuden Hall กันบ้าง วิหารไม้ขนาดใหญ่หลังนี้ ถือเป็นอาคารที่สร้างด้วยไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการบูรณะใหม่ในปี 1692 (คือหลังจากทีมีการสร้างวัดไปเมื่อปี 752) โดยขนาดของวิหารหลังจากทำการบูรณะนั้น มีขนาดเพียง 2/3 ของวิหารเดิม (แต่ก็ยังใหญ่เป็นอันดับแรกของโลกอยู่ แล้วของเดิมจะใหญ่ซักแค่ไหนเนี่ย)
ก่อนที่จะเข้าวิหารนั้น ก็ต้องมาล้างมือให้สะอาดกันก่อน
จากนั้นก็จุดธูปไหว้พระขอพรด้านหน้า หลังจากปักธูปแล้ว ให้กวักควันธูปเข้าตัว เพราะชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นการกวักสิ่งดีๆ เข้ามาสู่ชีวิตของเรา
ก่อนจะเข้าไปไหว้พระใหญ่ Daibutsu ด้านใน ก็แวะไหว้พระไม้แกะสลักด้านหน้าเป็นสิริมงคลกันก่อน
จากนั้นก็เข้าสู่ด้านในวิหารใหญ่กันเพื่อไปสักการะขอพรจากองค์พระใหญ่ Daibutsu พระองค์นี้ ถือเป็นพระพุทธรูปทองแดงองค์ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ความสูงขององค์ท่านอยู่ที่ 15 เมตรเลยทีเดียว โดยองค์พระนี้ ถูกสร้างและบูรณะหลายครั้งสืบเนื่องมากจากแผ่นดินไหวและไฟไหม้ โดยพระหัตถ์ทั้งสองข้างที่เห็นในปัจจุบันนี้สร้างขึ้นในสมัยโมะโมะยะมะ (พ.ศ. 2111-2158) พระเศียรในปัจจุบันนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะ (พ.ศ. 2158-2410) และหอที่ประดิษฐานในปัจจุบันนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2252
องค์พระขนาดใหญ่มาก เทียบกับเด็กน้อยที่เดินอยู่
 
หลังจากไหว้พระแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องทำเมื่อมาที่นี่คือการมุดลอดรูตรงต้นเสายักษ์นี่ โดยขนาดของรูนี้ มีขนาดเท่ากับรูพระนาสิก (รูจมูก) ขององค์พระใหญ่
โดยชาวญี่ปุ่นจะมีความเชื่อว่า ถ้าสามารถลอดผ่านออกมาได้ พรที่ขอไว้จะสมปรารถนา
จบพิธีกันแล้ว ก็มาช้อปกันต่อ แนะนำซุ้มของที่ระลึกของวัด เพราะเงินที่ได้จะนำไปทำบุญด้วย
ของน่าซื้อได้แก่ เครื่องรางของวัด ราคาประมาณ 500 เยน มีหลากหลายพรให้เลือกเช่าบูชา ไม่ว่าจะโชคดีในการเรียน การงาน ความรัก ร่ำรวย สุขภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย
อันต่อมาเป็นตุ๊กตากวางน้อย ตั้งโชว์ หลายแบบ หลายขนาด
แบบตุ๊กตาห้อยๆ สีสันสดใสก็มี เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝาก
ต่อมาก็เป็นที่ห้อยโทรศัพท์เด็กเขากวาง และสินค้าอื่นๆ จากน้องคนนี้เค้าหล่ะ มีเยอะมาก
ต่อมาก็พวงกุญแจ แล้วก็ magnet ประจำเมืองนารา เลือกซื้อกันตามใจชอบเลย
ส่วนขนมต่างๆ นั้น แนะนำให้ซื้อตรงบริเวณร้านค้าหน้าวัดเลย

เช็คราคาและห้องว่างโรงแรมใน Nara คลิกที่นี่