โปรโมชั่นโรงแรมในญี่ปุ่นราคาพิเศษ (Hotel Special Deals) คลิกเลย!!

9.3.57

รีวิวจุดชม Shikizakura ที่จุด E (Senmishikizakura no sato)

หลังจากที่นั่งรถบัสมาลงที่เมือง Obara แล้ว ให้นั่งไปลงที่ ที่จุด E (Senmishikizakura no sato) จุดชม Shikizakura ไฮไลท์หลักของที่นี่กันก่อนเลย

จากป้ายรถบัส Shimonigi เดินตรงขึ้นไปตามเนินเขาเรื่อยๆ ไปประมาณ 20 นาที
ทางเดินจะค่อยๆ ลาดชันขึ้นเล็กน้อย แนว Trekking แบบ level 1 คุณลุง คุณป้า คุณตา คุณยาย ชาวญี่ปุ่นมาเดินออกกำลังกันตรึม วัยรุ่นชาวไทยอย่างเราอย่ายอมแพ้ล่ะ
วิวสองข้างเขียวชอุ่มสลับกับใบไม้แดง ส้มตลอดทาง ร่มรื่นเย็นสบายมาก เดินแล้วไม่เหนือยเลย
เดินเลาะเลียบคลองระบายน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็น Shikizakura กันแล้ว ซากุระพันธุ์นี้ แปลกกว่าสายพันธุ์อื่นตรงที่จะบานช่วงฤดูใบไม้ร่วงประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งตรงกับช่วงที่ต้นไม้อื่นๆ เปลี่ยนเป็นใบไม้แดง ทำให้เราสามารถเห็นวิวสวยๆ แบบ 2 in 1 กันได้คือ ได้ทั้งใบไม้แดงและซากุระในครั้งเดียว
มุมมหาชน หยุดถ่ายกันเป็นแถว แดงตัดชมพู
บรรยากาศดีมากๆ เดินเพลินๆ กันไปเรื่อยๆ
พอเริ่มสายๆ หน่อย แดดก็เริ่มออกกันแล้ว สีสันเริ่มจัดจ้านกันเรื่อยๆ
แวะต่อช็อตที่ 2 มุมจากบนสะพาน แดงชมพูสวยๆ จ้า หลังจากสะพานนี้..
ให้เดินเลาะเลียบขึ้นไปตามถนนอีก 5 นาที จะถึง จุดชมวิวจุด E (Senmishikizakura no sato)
ซ้ายมือจะเป็นเนิน Shikizakura แบบเต็มเนิน สลับกับใบไม้แดง ไฮไลท์ของที่นี่ คนมากันตรึมแล้ว นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นนิยมขับรถมาปิคนิคกันที่นี่
ฝั่งตงข้ามจะเป็นเนินเขาที่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวแล้วมองลงมาชมซากุระสวยๆ แบบนี้ได้
เดินข้ามสะพานไปหาของกินทานรองท้องกันดีกว่า
มีร้านขายของมากมาย
กลิ่นหอมๆ ลอยมาแตะจมูก จัดไปกับอาหารพื้นเมืองของ Obara
Gohei Mochi โมจิเสียงไม้ย่าง ไม้ละ 250 เยน หอมอร่อย ต้องลองเลยไหนๆ ก็มาแล้ว
นอกจากของกินแล้วก็มีของฝากเล็กๆ น้อยๆ Mascot ของที่นี่
เติมพลังกันแล้วก็เดินขึ้นไปชมวิวด้านบนตรงศาลเจ้ากัน ออกแรงกันหน่อย ฮึบๆ
การเที่ยวชมที่จุด E นี้ ควรควบคุมเวลาทั้งหมดตั้งแต่ออกเดินจากป้ายรถบัสแล้วกลับมายังป้ายเดิมภายใน 2 ชม. เพราะรถบัสมาทุก 2 ชม. ไม่งั้นจะรอนานเลย
เช็คราคาและห้องว่างโรงแรมใน Nagoya คลิกที่นี่