รีวิวปราสาทฮิเมจิ - Himeji Castle
ช่วงซากุระ
ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ปราสาทที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1400 เป็นปราสาทที่ไม่เคยถูกทำลายมาก่อนไม่ว่าจะเป็นช่วงสงคราม การเกิดแผ่นดินไหว ภัยธรรมชาติอื่นๆ ทำให้คงรูปของตัวปราสาทดั้งเดิมอย่างอย่างสมบูรณ์ ต่อมาได้รับการยกย่องและบันทึกเป็นมกดกโลกจากองค์การยูเนสโก้และยังได้เป็น 1 ใน 4 ปราสาทที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น
ปราสาทฮิเมจิ มีพื้นที่โดยรอบกว้างขวาง มีอาคารน้อยใหญ่อยู่ภายในมากถึง 80 แห่งซึ่งเชื่อมต่อกันทั้งหมด การเดินเที่ยวนักท่องเที่ยวที่มาถึงจะต้องผ่านประตู Otemon เดินตามทางที่กำหนดไว้ ผ่าน จุดถ่ายรูปยอดนิยมของปราสาทฮิเมจิคู่กับต้นซากุระ จากนั้นที่สุดทางเดินจะต้องซื้อตั๋วสำหรับเข้าชมตัวปราสาทที่ตู้ขายตั๋วอัตโนม้ติภายในตัว ปราสาทฮิเมจิ จะมีบันไดแคบๆสำหรับเดินขึ้นและลง ที่ชั้นบนสุดของหอคอยจะมีช่องสำหรับดูวิวได้รอบทิศทาง สามารถมองออกไปไกลถึงตัวเมืองฮิเมจิอีกด้วย
เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมาปราสาทฮิเมจิเพิ่งจะเปิดให้เข้าชมหลังจากผ่านการปิดซ่อมครั้งใหญ่มา ทำให้สภาพของปราสาทตอนนี้สวยงามและสมบรูณ์มากที่สุด
สำหรับช่วงเวลาชมซากุระที่ ปราสาทฮิเมจิ ซึ่งช่วงพีคที่แนะนำให้มาเที่ยวสุดคือช่วงประมาณ ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายนวิธีเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Rapid Line for Himeji จากสถานี Osaka เพียง 1 ชม. หรือจากเกียวโตก็สามารถนั่งรถไฟชินคันเซนมาได้เพียง 54 นาที สามารถจัดทริปเดินทางไปกลับจากโอซาก้าหรือเกียวโตได้
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) 1,000 เยน / เด็ก 300 เยน / กรุ๊ป 30 คนขึ้นไป คนละ 800 เยน
สวน Himeji Keikoen : ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) 1,040 เยน / เด็ก 360 เยน
เวลาเปิด-ปิด : 9.00 - 17.00 น. (ปลายเดือนเมษายน -สิงหาคม เปิดถึง 18.00 น.)
ปิดทุกวันที่ 29-30 ธันวาคม ของทุกปี
![]() |
ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ช่วงซากุระ |
ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ช่วงซากุระบาน |
![]() |
แผนที่ไปปราสาท Himeji |
หลังจากที่ลงรถไฟแล้ว ให้เดินออกทางที่ Central exit จะออกไปสู่ถนนใหญ่ที่มุ่งหน้าสู่ปราสาท |
หน้าตาสถานี JR Himeji ออกแบบสวยทีเดียว นึกว่าร้านกาแฟ 555 มาทรงเดียวคล้ายๆ กับที่ Kanazawa |
ให้รอขึ้นรถที่ป้ายเบอร์ 6 |
ถ้ามาได้จังหวะ รอไม่นาน จะได้ขึ้นรถ Himeji Loop Bus ซึ่งจะวิ่งวนรอบปราสาทฮิเมจิ |
คนเยอะเต็มรถไม่ได้นั่ง แต่ไม่ทันจะเมื่อยก็ถึงแล้ว ลงป้ายที่ 2 Otemon คนลงเกือบหมด หลังจากลงแล้วก็เดินข้ามสะพานเข้าสู่ตัวโซนปราสาทได้เลย |
ประตู Otemon Gate |
เข้ามายังโซนสวนด้านใน ซึ่งมีต้นซากุระปลูกโดยรอบ (ตอนนี้ยังบานไม่พีค) โซนสวนโล่งๆ นี้ เป็นส่วนที่สามารถเข้ามาได้ฟรี ไม่เสียเงิน คนญี่ปุ่นนิยมมาปูเสือฮานามิกัน ช่วงเย็นๆ |
ปราสาทฮิเมจิ สวยงามมากๆ หลังจากที่ปิดซ่อมไปหลายปี แล้วเปิดให้ชมใหม่ในปี 2015 |
จากนั้นเดินเลาะแนวต้นซากุระ ผ่านร้านขายของที่ระลึก ก็จะถึงจุดขายตั๋วเพื่อเข้าชมปราสาท |
เวลาเปิดให้เข้าชมตามป้ายเลย |
ซื้อตั๋วเข้าชมก้นก่อน ค่าเข้าชมผู้ใหญ่คนละ 1,000 เยน เด็ก 300 เยน ใส่แบงค์หรือหยอดเหรียญแล้วกดปุ่มเลือกเลย |
ได้มาแล้วกับตั๋วเข้าปราสาท แต่เดี๋ยวก่อน ยังเข้าไม่ได้ |
ตรงสวนด้านนอกยังไม่บลูม ต้องข้างในหลังจากซื้อตั๋วเข้ามาแล้ว มันแจ่มมากๆ |
เส้นทางเดินเข้ามชมปราสาทใช้เวลาเดินไปยังตัวปราสาทประมาณ 10 นาที มีจุดแวะถ่ายรูปคู่กับซากุระเยอะทีเดียว |
ซากุระเยอะมากๆ คนก็เยอะมากตามไปเช่นกัน |
เดินมาเรื่อยๆ เริ่มถึงประตูชั้นกลางแล้ว Ronomon Gate |
และประตูสุดท้ายชั้นใสสุด Ninomon Gate จุดนี้ เจ้าหน้าที่จะมาเก็บบัตรแดง |
ภายในตัวปราสาทให้ถอดรองเท้าเดินโดยจะมีถุงพลาสติกแจกให้ใส่แล้วถือไป ด้านล่างของปราสาทจะมีโมเดลจำลองตัวเมืองฮิเมจิในสมัยก่อน |
คนเยอะมากๆ เดินแบบไหลกันไป มีบางจุดที่ต้องขึ้นบันไดไม้ชันๆ ผู้สูงอายุแนะนำรออยู่ชั้นล่างๆ ส่วนไฮไลท์พีคๆ คือ การขึ้นไปชมวิวบนยอดด้านบนปราสาท จะเห็นวิวสวยงามมุมกว้างๆ ของตัวเมืองฮิเมจิ |
หลังจากที่บูรณะครั้งใหญ่ไปแล้ว สภาพดูดีมากๆ ถือเป็นสิ่งก่อสร้างสมัยโบราณอายุเก่าแก่เกือบๆ 7 ร้อยปี และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง |
ตรงบริเวณรอบๆ ตัวปราสาท จะมีซากุระพันธุ์ย้อย สวยงามมากมายให้ได้ถ่ายรูป |
แนะนำกันเลยกับปราสาท Himeji ปราสาทที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น พีคจัดๆ ช่วงซากุระนี้เลย |