3.7.61

รีวิวสายการบิน Peach Airlines ไปกลับ Bangkok - Okinawa (Naha)

รีวิวสายการบิน Peach Airlines 
ไปกลับ Bangkok - Okinawa (Naha)

พานั่งเครื่อง Peach Airlines ไปกลับกรุงเทพฯ - โอกินาว่า บินตรงเพียงหนึ่งเดียวจากไทยในขณะนี้ โดยเครื่องแบบ A320-200 ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิทุกวัน ใช้เวลาเดินทางเพียง 4 ชม.นิดๆ โดยมีตารางบินดังนี้

ขาออกจากสุวรรณภูมิ - เที่ยวบินที่ MM990 ออกเดินทางเวลา 01.25 น. ถึงสนามบิน Naha (Okinawa) เวลา 7.55 น. (ตามเวลาประเทศญี่ปุ่นซึ่งเร็วกว่าไทย 2 ชม.)

ขากลับจาก Naha - เที่ยวบินที่ MM989 ออกเดินทางเวลา 21.55 น. ถึงสุวรรณภูมิเวลา 00.25 น.




รีวิวสายการบิน Peach Airlines ไปกลับ Bangkok - Okinawa (Naha)

เคาน์เตอร์เช็คอินที่สุวรรรภูมิ Row M เปิดให้เช็คอินก่อนเวลาเดินทาง 3 ชม. คนเยอะมาก ส่วนใหญ่คนที่ไปจะจองตั๋วแบบขาไปไม่โหลดกระเป๋าใต้เครื่อง เป็น Carry on Baggage ซึ่งทาง Peach ให้น้ำหนักพอสมควรรวมที่ 10 kg (สายการบินอื่นๆ ส่วนใหญ่จะให้ที่ 7 kg) และถือขึ้นเครื่องได้ 2 ชิ้น (คือกระเป๋าเดินทางเล็กและกระเป๋าถือ / เป้)

สำหรับไซส์ของกระเป๋าเดินทางที่ใช้ถือขึ้นเครื่องนั้น ต้องสามารถใส่ลงช่องเหล็กสีม่วงได้ โดยขนาดอยู่ที่ กว้าง x ยาว x สูง ที่ 25 x 50 x 40 cm ซึ่งจะเท่ากับขนาดของกระเป๋าเดินทางไซส์ 20 นิ้วขนาดมาตรฐานที่วางขายทั่วไป

เช็คอินเสร็จใช้เวลาไม่นาน ตอนเช็คอินจะมีการชั่งนน.กระเป๋าขึ้นเครื่องด้วย 

วันนี้ ออกเดินทางจาก Gate G1 

มาชมด้านในตัวเครื่องกัน เครื่องบินแบบ Airbus A320-200 รุ่นยอดนิยมสำหรับสายการบิน Low Cost ทั้งหลาย จัดที่นั่งแบบ 3-3

จัดที่นั่งเสร็จ คนเต็มลำทีเดียว

หนังสือ แคตตาล็อคบนเครื่อง Peach นี้มีอาหารเสิร์ฟด้วยนะ แต่ต้องเสียเงินเพิ่มเอง ดูน่าทานอยู่ แต่เป็นเพราะไฟล์ทออกดึกมากเลยไม่เห็นใครสั่ง นอนกันหมด 555

แล้วก็มาถึงสนามบิน Naha (Okinawa) แต่เช้า เครื่องจะจอดตรงลานจอดด้าน LCC หรือ Cargo (ซึ่งไม่ใช่ Terminal ปกติของสนามบิน Naha International Airport)

ลงจากเครื่องก็เดินเข้า LCC Terminal ได้เลย 

หลังจากผ่านตม. แล้วก็จะออกมาสู่ Terminal ของ LCC Cargo ซึ่งมีอยู่  2 สายการบินที่ใช้เทอร์มินัลนี้ คือ Peach และ Vanilla Air สำหรับคนที่เช่ารถขับ จะมีบูธของรถเช่าอยู่ในเทอร์มินัลเลย (เอเย่นต์รถเช่าจะนำรถ Shuttle Bus พาเราไปรับรถยังศูนย์เช่ารถนอกสนามบิน) ส่วนใครที่ไม่ได้เช่ารถ ให้ต่อคิว (ที่เห็นแถวยาวๆ) เพื่อขึ้นรถ Free Airport Shuttle Bus ไปลงยัง Terminal ใหญ่ของสนามบินนาฮา เพื่อต่อรถสาธารณะ เช่น รถ Monorail หรือ Taxi เข้าเมืองกันไป

สำหรับขากลับ โปรเซสเดิมแต่ย้อนศร ใครเช่ารถก็เอารถไปคืนที่รับรถ แล้วนั่ง Shuttle Bus ของแต่ละที่มาลงที่ LCC ส่วนใครที่เข้ามาโดย Monorail ก็นั่ง Free Shuttle Bus จากป้ายเบอร์ 4 จาก Naha Terminal มาลงที่ LCC
สำหรับเวลาเปิดเช็คอินของ Peach ที่โอกินาว่า จะเปิดก่อนเวลาเครื่องออกเพียง 2 ชม. เพราะฉะนั้นไม่ต้องรีบมามาก
การเช็คอินให้นำตั๋วที่มี QR Code สแกนกับเครื่องตู้สีม่วง จากนั้นก็สแกนหน้าพาสปอร์ต เป็นอันเสร็จสิ้น 

จะได้รับ Boarding Pass มา 1 แผ่น

สำหรับขากลับ ส่วนใหญ่ จะจองแบบซื้อน้ำหนักกัน โดยมี 2 แบบ ให้เลือกคือ แบบ 1 ชิ้น 20 kg และแบบ 2 ชิ้นๆ ละ 20 kg รวม 40 kg โดย ต้องนำสัมภาระที่จะโหลดใต้ท้องเครื่องมาทำการ X-Ray ที่เครื่อง แล้วทำการ Bag Drop (ขั้นตอนนี้ ทำหลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว) ส่วนกระเป๋าที่หิ้วขึ้นเครื่อง ไม่ต้องนำไป X-ray ตรงส่วนนี้

หลังจากนั้นก็เดินเข้าช่อง X-ray ตัวเราและของที่จะหิ้วขึ้นเครื่อง (ได้ 10 kg เหมือนตอนขามา) แล้วผ่าน ตม. ปกติ สำหรับคนที่ซื้อสินค้าจาก T-Galleria Duty Free ในเมือง ก็สามารถมารับของได้ที่เคาน์เตอร์ด้านใน

ด้านในมีร้านดิวตี้ฟรี ให้ช้อปปิ้งเพียงร้านเดียว มีของนิดหน่อย ราคาแพงกว่าด้านนอกแน่นอน หุหุ

แนะนำกันเลยสำหรับสายการบิน Peach Airlines จองช่วงโปรโมชั่น ไปกลับราคาประมาณ 4-7 พันบาท (แล้วแต่ว่าจะซื้อน้ำหนักกระเป๋าเท่าไหร่) บินตรงสบายๆ 4 ชม. ถึงกรุงเทพฯ (ขากลับนี่ เที่ยวบินแอดดีเลย์ประมาณ 20 กว่านาทีเนื่องจากสภาพอากาศ ซึ่งถือว่าดีเลย์น้อยมาก)