29.9.60

รีวิวหมู่บ้านชิราคาวาโกะ - Shirakawa-go



รีวิวหมู่บ้านชิราคาวาโกะ - Shirakawa-go

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) เป็นหมู่บ้านมรดกโลก (World Heritage Site) จากองค์การ UNESCO ในปี 1995 ตั้งอยู่บริเวณที่ราบสูงฮิดะ ในหุบเขาตามลำน้ำ Shogawa เป็นหมู่บ้านชาวนาที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่ละบ้านนั้นสร้างเป็นทรงหน้าจั่วที่หลังคาสูงทำมุม 60 องศา เรียกว่าบ้านแบบ กัสโซสึคุริ (Gassho-Zukuri) ทำด้วยหญ้าหนาๆ เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักของหิมะที่ตกลงมาอย่างหนาในช่วงฤดูหนาว และการที่มีความเอียงลาดชันก็เพื่อให้หิมะไหลลงมาได้ง่าย ขนาดตัวบ้านแบบกัสโซนี้ เฉลี่ยความยาวอยูที่ 18 เมตร กว้าง 10 เมตร มี 3-4 ชั้น มีทั้งหมด 6 หลังด้วยกันจากจำนวนบ้านทั้งหมด 117 หลังในหมู่บ้านชิราคาวาโกะ สำหรับบ้านแนะนำให้เข้าไปเยี่ยมชมได้แก่ 
บ้านวาดะ (Wada House) และ บ้านคันดะ (Kanda House)

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) นี้ เคยเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตระกูล Takayama ในสมัยเอโดะตอนต้น หลังจากนั้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 - สมัยฟื้นฟูยุคเมจิ ปี 1868 ก็อยู่ภายใต้การควบคุมโดยรัฐบาลทหารบาฟุคุ และต่อมาก็ถูกปกครองอยู่ภายใต้ตระกูล Kanazawa ตลอดยุคเอโดะ

การมาเที่ยวที่นี่ สามารถจัดทริปเดินเที่ยวได้หมดภายในครึ่งวัน ส่วนอีกครึ่งวันสามารถไฟเที่ยวต่อยังเมือง Kanazawa หรือ Takayama ก็ได้ โหลดแผนที่เดินเที่ยวในหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ที่นี่

การเดินทางมาหมู่บ้านชิราคาวาโกะ
จากเมือง Takayama นั่ง Nohi Bus เพียง 50 นาที ก็มาถึงยังหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกเนื่องจากมีความสวยงามดั่งหมู่บ้านในหุบเขาเหมือนในเทพนิยาย จนเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย ติดอันดับต้นๆ สถานที่ที่ต้องมาเยือนเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น
(รีวิววิธีเดินทางมาหมู่บ้านชิราคาวาโกะด้วยรถ Nohi Bus)



รีวิวหมู่บ้านชิราคาวาโกะ - Shirakawa-go

แผนที่เดินเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago Walking Map)
ก่อนจะเดินเที่ยวมาดูแผนที่เส้นทางเดินกันคร่าวๆ ก่อน เริ่มจาก Shirakawa-go Bus Stop เดินตามลูกศรแดงข้ามสะพานไป จากนั้นเดินชมวิวหมู่บ้านไปนิดนึงแล้วไปรอขึ้นรถตู้ Shuttle Bus ตามลูกศรสีน้ำเงินเพื่อไปยังจุดชมวิว Shiromaya View Point จากจุดชมวิวก็เดินลงเขาตามเส้นทางลูกศรสีแดงกลับลงมาหมู่บ้านเหมือนเดิม

ลงจากสถานีรถบัสก็มาที่บ้านขายตั๋วตรงจุดนี้ก่อน หลังจากที่จองตั๋วรถไฟ Kanazawa เรียบร้อยแล้ว ก็เอากระเป๋าสัมภาระฝากล็อกเกอร์หยอดเหรียญ

แผนที่หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ

สามารถขอแผนที่ฉบับภาษาไทยได้ที่ Tourist Information ได้ (แจ่มอ่ะ!!)

มาถึงช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ใบไม้แดงมีบ้างแต่ก็โรยไปบ้างก็เยอะอยู่ แต่สิ่งที่ได้เพิ่มขึ้นมาคือหิมะสวยๆ ที่เริ่มตกปกคลุมบางๆ เดินกันเย็นสบาย สวยงามมาก การไปเที่ยวเริ่มจากข้ามสะพานคนข้ามจากฝั่งป้ายรถบัสเพื่อข้ามไปยังฝั่งหมู่บ้านชิราคาวาโกะ

แค่ตรงสะพานก็แวะถ่ายกันไปหลายช็อตแล้ว ฟ้าใสๆ น้ำใสๆ ใบไม้แดงนิดหน่อยกลับหิมะโปรยปราย ผสมผสานลงตัว

มองย้อนกลับไปฝั่งที่เดินมาเมื่อกี้

ข้ามมาฝั่งหมู่บ้าน ด้านหน้าจะเป็นบ้านของชาวบ้านที่นี่ ที่เปิดเป็นร้านขายของที่ระลึก อันนี้แนะนำแวะมาซื้อตอนขากลับ

นักท่องเที่ยวเดินเรียงรายกันเป็นแถว

ร้านขายของที่ระลึกเยอะจริงๆ
รีวิวของที่ระลึกหมู่บ้านชิราคาวาโกะ

หมู่บ้านชิราคาวาโกะนี้ ต้องอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดกิฟุ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1995 ส่วนบ้านที่เห็นตามหมู่บ้านชิราคาวาโกะนี้ เรียกว่าบ้านแบบกัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) เป็นบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปี สร้างในรูปแบบเหมือนการพนมมือ (หรือญี่ปุ่นเรียกว่า "กัสโซ่")

เดินทะลุมาจนถึงเส้นถนนใหญ่ให้เลี้ยวซ้ายแล้วตรงไปเรื่อยๆ

ฝาท่อหมู่บ้านชิราคาวาโกะ

จากเส้นถนนใหญ่ เดินมาจนถึงจุดขึ้นรถ Shuttle Bus เพื่อไปยังจุดชมวิว Shiromaya View Point 

รีวิวจุดชมวิวหมู่บ้านชิราคาวาโกะที่ Shiromaya View Point 

หลังจากชมวิวกันเรียบร้อยก็เดินลงเขาลงมาเรื่อยๆ มองขึ้นไปจะเห็นจุดชมวิวจากหมู่บ้าน

เดินชมหมู่บ้านเรื่อยๆ


เราจะเห็นแปลงที่ใช้ทำนาของชาวหมู่บ้านตลอดทาง

บรรยากาศหมู่บ้านชาวนาโบราณของญี่ปุ่นในที่ราบสูงฮิดะ

ต้นนี้ใบร่วงหมด เหลือแต่ลูกเต็มต้นละ คล้ายๆ ลูกพลับ

จากนั้นก็มาแวะชมบ้าน Wada House บ้านตัวอย่างที่เราจะได้มาสัมผัสบ้านของชาวชิราคาวาโกะอย่างใกล้ชิด บ้านทรงกัสโซ่นี้ สร้างโดยการมุงหลังคาด้วยหญ้าหนาๆ เพื่อป้องกันหิมะในหน้าหนาว องศาความเอียงอยู่ที่ 60 องศา ไม่ขาดไม่เกิน เพื่อให้หิมะไหลง่ายๆ ตัวบ้านตามแบบมาตรฐาน ยาวประมาณ 18 เมตร กว้าง 10 เมตร มีอยู่ 3-4 ชั้น
รีวิวบ้าน Wada House

จากบ้าน Wada House ยังมีอีกหนึ่งบ้านที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
รีวิวบ้าน Kanda House

เดินเมือยๆ ก็แวะเติมน้ำตาลกับซอฟท์ครีมชาเขียวกันนิด

ขากลับก็เดินกลับถนนเส้นใหญ่เดิมเพื่อข้ามไปยังสะพานตรงที่รอรถบัส

ตรงจุดรอรถบัส จะมีอีกหนึ่งจุดแวะชม คือ Outdoor Museum Gassho Folk Museum รวมแบบบ้านทรงกัสโซ่จากหลากหลายแห่งในภูมิภาคนี้ เช่นจากภูมิภาค Kazura และของทางหมู่บ้านชิราคาวาโกะ


เปิดทำการ : 8:40-17:00(From March to November)
   9:00-16:00(From December to February)
 ปิด ทุกวันพฤหัสบดี หรือถ้าวันหยุดราชการเป็นวันพฤหัสฯ ก็จะเปิดวันพุธแทน
    ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 300 เยน
ปิดท้ายด้วยรูปนี้ เค้ากำลังสร้างบ้านทรงกัสโซ่กันอยู่ ใช้หญ้าหนาๆ มาเป็นคันรถในการมุงหลังคา เจ้าหญ้าที่สามารถอยู่ได้เป็นสิบปี ราคาในการทำหลังคาก็แพงทีเดียว ว่ากันว่าหลายล้านบาทเลย (เน้นว่าบาทจ้า ++)