โปรโมชั่นโรงแรมในญี่ปุ่นราคาพิเศษ (Hotel Special Deals) คลิกเลย!!

6.7.59

รีวิวร้าน Midori Sushi สาขา Shibuya

รีวิวร้าน Midori Sushi สาขา Shibuya ร้านซูชิอร่อยเทพ คุณภาพ สมราคา ร้านชื่อดังยอดนิยมของทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่น มีหลายสาขาด้วยกัน สำหรับสาขาที่รีวิวนี้เป็นสาขาใจกลางย่านช้อปปิ้งอย่างย่าน Shibuya จะเป็นยังไงไปชมกัน

วิธีเดินทางมา Midori Sushi สาขา Shibuya ก็ง่ายมากๆ ไม่ต้องใช้ map ใดๆ นั่งรถไฟฟ้า Subway ลงที่สถานี Shibuya จากนั้นเดินออกตามป้ายที่เขียนว่า Shibuya Mark City เดินขึ้นบันไดไป แล้วต่อบันไดเลื่อนเข้าห้างอีกครั้งนึง

จากนั้นเดินตรงไปผ่าน Starbucks เข้าสู่ถนน Restaurants Avenue

ร้านจะอยู่สุดทางซ้ายมือ

 Midori Sushi สาขา Shibuya เปิดทุกวัน 11.00 - 22.00 น. แนะนำสำหรับคนที่ไม่อยากรอคิวนาน ให้มากดคิวก่อนร้านเปิด เพื่อให้ได้เข้าไปทานกันรอบแรกเลย (ประมาณ 15 คิวแรก)

มาถึงตอนประมาณ 10.15 ได้คิวที่ 8 วิธีกดคิวก็ไม่ยาก ที่หน้าจอคอมที่ตั้งหน้าร้าน ใส่เพียงจำนวนคนที่จะเข้าไปทานจากนั้นรับบัตรคิว แล้วไปเดินเล่นรอ พอใกล้ๆ เวลาร้านเปิดค่อยกลับมา

เมนูด้านหน้าร้าน ชุดอย่างอลัง ราคาไม่แพง

มีหลายเซ็ท หลายขนาดให้เลือก


กลับมาอีกทีก่อน 11 โมงประมาณ 10 นาที คิวยาวไปไหนแล้วนั่น 55

แป๊บเดียวหลังร้านเปิดตามเวลาเป๊ะๆ พนักงานจะออกมาเรียกไปนั่งที่โต๊ะตามคิว ได้ที่นั่งแล้วก็เอาเมนูมาชมกัน เมนูพร้อมรูปภาพประกอบ พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ สั่งง่าย ไม่ว่าจะเป็นชุดเซ็ท Omakase หรือจะสั่งเป็นคำๆ ก็ได้


มาเดี่ยวหรือมาคู่ ก็นั่งหน้าเคาน์เตอร์กันเลย จะได้เห็นกรรมวิธีการทำซูชิสดๆ จากเชฟมืออาชีพกัน

ส่วนใครที่ไม่ถนัดเคาน์เตอร์ก็มานั่งที่โต๊ะกันได้

จัดไปสำหรับ
Ultimate Sushi Assortment with Soup, Chawan-mushi crab paste salad & Dessert 
ราคา 2,000 เยน ได้เครื่องเคียงอย่างสลัดมันปูหอมหวาน และไข่ตุ๋นร้อนๆ มาทานเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยฟรีๆ ระหว่างรอซูชิ (มีให้สำหรับคนที่สั่งเป็นเซ็ททุกเซ็ท)

นางดูตั้งใจมาก หุหุ เชฟแต่ละคนจะรับผิดชอบการปั้นซูชิของลูกค้าหน้าเคาน์เตอร์ประมาณ 2 ที่ และที่เหลือเป็นออเดอร์ลูกค้าตามโต๊ะ

มองกันเพลินๆ แป๊บเดียวก็เสิร์ฟแล้ว (ลูกค้าต่างชาติอย่างเราๆ จะเสิร์ฟมาทั้งเซ็ทเลย ส่วนลูกค้าญี่ปุ่น เชฟจะปั้นให้ทานทีละคำ) ชุดนี้ 10 คำ บวกไข่หวาน 2 ชิ้น

หน้าแรกที่ตักเข้าปากคือ หน้าปลาไหลทะเล หรือ Anako ปลาไหลตัวยาวๆ ราดด้วยซอสหอมหวาน อร่อยชุ่มลิ้น เวลาทานต้องตัดแบ่งครึ่ง เพราะตัวยาวมาก ทานคำเดียวไม่หมด 55

คำต่อมาคือ กุ้งโบตัน (Botan-Ebi) เนื้อกุ้งสดๆ หวานกรอบ ในหัวมีมันเยิ้มๆ หอมอร่อย โปะมาด้วยไข่กุ้งสีม่วงดำ กรุบกรอบ เข้ากันมากๆ ใครติดใจก็สั่งเพิ่มกันได้ที่ตัวละ 350 เยน

คำต่อมาคืออีกหนึ่งคำยอดนิยม หน้าไข่หอยเม่น หรือ Uni ของร้าน Midori นี้ สดอร่อย หอมมากๆ ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย ว่ากันว่า ซูชิร้านไหนสดไม่สด ให้สั่งหน้าไข่หอยเม่นมาลอง ร้านไหนมีกลิ่นคาว คะแนนความอร่อยก็จะตกวูบกันไป ถ้าอร่อยก็สั่งเพิ่มกันได้ที่คำละ 350 เยนเช่นกัน

หน้าต่อมาได้แก่ หน้าไข่ปลาแซลมอน หรือ Ikura ไข่ปลาแซลมอนสีส้มใส สดๆ ใส่มาท่วมๆ (ข้าวน้อย) อีกหนึ่งหน้ายอดนิยมสำหรับการทานซูชิก็มีให้ในเซ็ทนี้ด้วย

ต่อมาเป็นหน้าปลามากุโร่ ส่วนเนื้อแดง Akami สดอร่อย หอมหวานไม่คาวเช่นเดียวกัน

หน้าต่อไปที่สดมากๆ คือ หน้าขาปูหิมะ  หรือ Zuwai เชฟจะแกะส่วนก้ามบนโปะมาบนข้าว ส่วนปลายขา เราต้องมาแกะเนื้อต่อเอง เนื้อปูหวานอร่อย สดมากมาย

ส่วนซูชิหน้าปลาเนื้อขาวชมพูนี้ คือ หน้าปลา Hamachi สดอร่อยเช่นเดียวกัน

มาถึงคำที่เป็น 1 โรลคำเดียวในเช็ท ได้แก่ โรลทูน่าสับ ห่อสาหร่าย โรยด้วยต้นหอมสับ อร่อยเข้ากันมากๆ

คำสุดท้ายของเซ็ท ชิ้นใหญ่เต็มๆ กับหน้าหอยเชลล์สด หรือ เรียกอีกอย่างว่า Hatote ที่สดอร่อยเช่นเดียวกับหน้าอื่นๆ ข้าวซูชิของทางร้าน Midori นี้ จะมีเอกลักษณ์ อีกอย่างนึงคือ มีความเปรี้ยวที่อร่อยพอดี ทำให้เข้ากันได้กับหน้าซูชิทุกๆ หน้า

จากความประทับใจในหน้า Uni ที่สดมากๆ เลยจัดมาอีกหนึ่งอย่างเพื่อล้างปากแทนของหวานกันไปเลยกับ ไข่หอยเม่นยกตัว มี 5 ชิ้นด้วยกัน เวลาสั่งให้บอกเชฟว่า Uni Sashimi ราคาค่าตัวไม่แพงเลย อยู่ที่ 800 เยนเท่านั้น หวานอร่อยทีเดียว แนะนำให้สั่งเพิ่มกัน

ค่าเสียหาย 2,800 เยนบวกภาษีรวมแล้ว 3,024 เยน คุ้มค่ามากๆ ถ้ามาบ้านเราก็เปลี่ยนจากเยนเป็นบาทเท่านั้น แนะนำเลยสำหรับคนที่มาเทียวโตเกียว กับร้านซูชิเทพอันดับต้นๆ ของที่นี่กับ Midori Sushi สาขา Shibuya 
จองโรงแรมในญี่ปุ่นราคาถูก คลิกเลย