โปรโมชั่นโรงแรมในญี่ปุ่นราคาพิเศษ (Hotel Special Deals) คลิกเลย!!

6.8.53

วัด Kiyomizudera

2 วัดแรกที่ไปในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น วัด Kinkakuji และ วัด Ryoanji ต่างก็อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเกียวโต ส่วนวัดต่อไปทีจะไปกัน คือ วัด Kiyomizudera นั้น อยู่ทางด้านตะวันออก จึงต้องมีการต่อสายรถเมล์กันหน่อย เส้นทางก็คือ เริ่มจากป้าย Kinkakuji-michi นั่งสาย 101, 102, 204 หรือ 205 ไปลงที่ท่ารถ Kitaoji Bus Terminal กันก่อน



จากนั้นค่อยต่อสาย 206 ไปลงที่ป้าย Kiyomizu-michi




มาแล้วเจ้า 204 นั่งไปลงที่ Kitaoji Bus Terminal



แล้วเปลี่ยนเป็นสาย 206 ไปลงที่ป้าย Kiyomizu-michi ใช้เวลานั่งรถทั้งสิ้นเกือบ 40 นาที (นานหน่อยเพราะรถเมล์เมืองเกียวโต จอดมันทุกป้าย กว่าจะถึงวัดนี้ปาเข้าไปเกือบ 30 ป้าย ++") เดินขึ้นเนินเขาไปประมาณ 15 นาที



ก็มาถึงยังบริเวณหน้าวัด


 



เจดีย์ 3 ชั้น เรียกกันว่า เจดีย์ซันจุโนโตะ



แผ่นป้ายขอพร แขวนเต็มไปหมด







ซื้อบัตรเข้าชมวัดกันก่อน ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็ก 200 เยน เปิด 8.00 - 18.00 น.ทุกวัน



ที่เลือกมาวัดนี้วัดสุดท้ายของวัดก็เพราะว่าปิดช้าที่สุด ส่วนรูปด้านล่างนี้ เรียกว่า ศาลเจ้าจิชู หรือ ศาลเจ้าแห่งความรัก แวะไปขอพรกันได้ อิอิ



เดินเรื่อยมาจนถึงด้านบน จะพบศาลาใหญ่หลังแรก


 
สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเกียวโตได้ทั้งเมือง



น้ำเย็นๆ ล้างมือ ล้างหน้า ชำระร่างกายและจิตใจให้สะอาด



ตีระฆังเชือกเส้นใหญ่ยักษ์



แล้วก็นี่ มุมนี้เลย ที่ตามหนังสือท่องเที่ยวชอบถ่ายกัน ถ้าช่วงใบไม้เปลี่ยนสี หรือ ซากุระบานจะสวยมาก



อีกหนึ่งมุมในระยะไกล



พระพุทธรูปหินเรียงราย ตามทางเดิน พบเห็นได้ทั่วไปในวัดญี่ปุ่น



จากเนินเขาด้านบน เดินวนลงมายังด้านล่าง



จนมาถึงที่ที่แม่น้ำ 3 สายมาบรรจบกัน เป็นสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ สายที่ 1 ประสบความสำเร็จด้านการเรียน สายที่ 2 สมหวังในความรัก ส่วนสายสุดท้าย สุขภาพร่างกายแข็งแรง ดื่มกันให้ครบ



มาถึงตอนนี้ก็ใกล้เวลาที่วัดจะปิดแล้ว เดินวนออกมาผ่านด้านล่างของศาลาหลังใหญ่ คนญี่ปุ่นสมัยโบราณนี่เก่งจริงๆ โครงสร้างไม้ที่ใช้การยึดสลัก (ไม่ใช้ตะปู) สามารถรับน้ำหนักได้มากมายมหาศาล



ออกจากวัดก็เดินลงเนินเขาที่ขึ้นกันมาตอนแรก แวะดูร้านค้ากันหน่อย มีของที่ระลึกขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพัดญี่ปุ่น



ดาบซามูไรก็มี



เขาว่ากันว่า มาเที่ยวเกียวโต ต้องกิน โคลอนชาเขียว เพราะมีที่นี่ที่เดียว (แต่อย่าเพิ่งก่อนไม่ต้องรีบเพราะเจ้าโคลอนนี่ มีขายทั่วไปในภูมิภาคคันไซ วันหลังๆ ไปเจอที่ Osaka เยอะแยะ)



มีแต่เจ้านี่เท่านั้นที่มีขายที่นี่ที่เดียวจริงๆ ก็คือ Giant Caplico ชาเขียว ที่ไม่ได้ซื้อกินอ่ะ แล้วก็หาที่ไหนไม่ได้ด้วย เศร้า T T